บทที่ 3 การปรากฏตัวของบุรุษที่สูงส่ง
หลังจากสั่งสอนไป๋ลี่ว์และหักหน้ามู่หรงจิ่นจนหมดคราบในงานเลี้ยง ลี่อิงหลันก็ปลีกตัวออกมาเดินเล่นบริเวณศาลาริมน้ำท้ายอุทยานเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ เสียงซุบซิบนินทาและสายตาอับอายของตัวร้ายทั้งสองยังคงติดอยู่ในหัว ทว่าหัวใจของนางกลับสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในสระ
"คุณหนูเจ้าคะ..." เสี่ยวชุ่ยที่เดินตามมาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาดๆ "เมื่อครู่นี้ท่านสุดยอดไปเลยเจ้าค่ะ! แต่... คุณชายมู่หรงดูโกรธมากเลยนะเจ้าคะ วันหน้าเขาจะ..."
"เขาจะทำอะไรได้?" ลี่อิงหลันแค่นหัวเราะในคอ แววตาฉายความเย็นชา "ยามนี้ตระกูลมู่หรงยังต้องพึ่งพาบารมีของตระกูลลี่เพื่อไต่เต้าในราชสำนัก เขาไร้ทั้งอำนาจและบารมีที่จะมางัดง้างกับข้า ชาตินี้... ข้าจะไม่ยอมถอยให้เขาแม้วิกฤตเดียว"
ขณะที่นางกำลังหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับไปที่รถม้า สายตาอันแหลมคมของนางก็เหลือบไปเห็นบางอย่างผิดปกติที่โคนต้นหลิวใหญ่ริมสระน้ำ ร่างของบุรุษชุดดำคนหนึ่งกำลังนอนฟุบอยู่กับพื้นหญ้า เลือดสีเข้มไหลซึมออกมาจากบาดแผลบริเวณหน้าอกจนหิมะรอบข้างกลายเป็นสีแดงชาด
"คุณหนู! นั่น..." เสี่ยวชุ่ยตกใจจนแทบจะกรีดร้อง ทว่าลี่อิงหลันรีบยกมือขึ้นปรามไว้ทันที
"เงียบก่อน!"
ลี่อิงหลันขมวดคิ้วแน่น พิจารณาร่างนั้นอย่างรวดเร็ว แม้บุรุษผู้นั้นจะสวมชุดสีดำเรียบง่ายไร้เครื่องยศ แต่เนื้อผ้ากลับทำจากปานพ่านซิลก์ชั้นเลิศที่มีเพียงพระบรมวงศานุวงศ์หรือแม่ทัพชั้นสูงเท่านั้นที่จะสวมใส่ได้ ที่สำคัญ... บริเวณเอวของเขามีหยกพกสลักลายมังกรเหินหงส์เหินประกายวาววับ
หยกพกประจำองค์เซียวอ๋อง!
หัวใจของลี่อิงหลันกระตุกวูบ! บุรุษผู้นี้คือ เซียวอ๋อง 'เซียวจ้าน' พระอนุชาต่างมารดาขององค์ฮ่องเต้ แม่ทัพใหญ่ผู้กุมกำลังทหารครึ่งหนึ่งของแคว้น! ในชาติก่อน เขาคือบุรุษผู้เย็นชา ไร้ความรู้สึก และไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งของฝ่ายใด ทว่าเขากลับเป็นผู้เดียวที่มีอำนาจมากพอจะสะเทือนถึงราชบัลลังก์!
แต่เหตุใดเขาจึงมานอนบาดเจ็บอยู่ในท้ายอุทยานตระกูลมู่หรงเช่นนี้?
ยังไม่ทันที่นางจะได้คิดหาคำตอบ เสียงเท้าหนักๆ ของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากระยะไกล พร้อมกับเสียงตะโกนแผ่วเบา "ค้นหาให้ทั่ว! มันบาดเจ็บ หนีไปได้ไม่ไกลหรอก!"
พวกมันคือมือสังหาร! มู่หรงจิ่นต้องมีส่วนรู้เห็นกับการปล่อยให้มือสังหารเข้ามาในจวนแน่ๆ!
"คุณหนู หนีกันเถิดเจ้าค่ะ!" เสี่ยวชุ่ยตัวสั่นด้วยความกลัว
ลี่อิงหลันประเมินสถานการณ์ในหัวอย่างรวดเร็ว หากนางหนีไปตอนนี้ เซียวอ๋องอาจถูกสังหาร หรือหากเขาตั้งรับได้ ตระกูลมู่หรงก็อาจใช้โอกาสนี้สร้างผลงานด้วยการ 'ช่วยชีวิต' เซียวอ๋องเพื่อดึงเขามาเป็นพวก... ชาตินี้ นางจะไม่ยอมให้มู่หรงจิ่นได้เปรียบแม้แต่น้อย!
นางตัดสินใจก้าวเข้าไปหาเซียวจ้านทันที ร่างสูงใหญ่ของเขายังคงมีสติอยู่ประปราย ดวงตาคมกริบดุดันราวกับพญามังกรชักดาบสั้นออกมาจ่อที่ลำคอระหงของลี่อิงหลันทันทีที่นางเข้าใกล้
"ถอยไป... ไม่งั้นข้าจะฆ่าเจ้า" น้ำเสียงของเซียวจ้านแหบพร่า แต่ทรงพลังอำนาจจนทำให้คนฟังขนลุกซู่
ทว่า ลี่อิงหลันกลับไม่มีแววหวาดกลัวในดวงตา นางมองสบตาเขาตรงๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น "ท่านอ๋อง หากข้าอยากให้ท่านตาย ข้าแค่ร้องเรียกมือสังหารกลุ่มนั้นก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเดินเข้ามาให้ท่านเอาดาบจ่อคอเช่นนี้"
เซียวจ้านชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบจ้องมองสตรีชุดแดงตรงหน้าอย่างประหลาดใจ นางรู้จักฐานะของเขา แต่กลับไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
"พวกมันกำลังมาทางนี้" ลี่อิงหลันเอ่ยเร่งด่วน "พิษของลูกดอกที่อกท่านคือ 'พิษกลืนกระดูก' หากขยับตัวมากกว่านี้ พิษจะแล่นเข้าสู่หัวใจ"
"เจ้า... รู้รู้จักพิษนี้ด้วยหรือ?" เซียวจ้านถาม พลางขมวดคิ้ว
"ข้ารู้มากกว่าที่ท่านคิด" ลี่อิงหลันปลดดุมเสื้อคลุมนวมผืนหนาสีแดงเพลิงของตนเองออก แล้วโยนให้เสี่ยวชุ่ย "เสี่ยวชุ่ย เอาเสื้อคลุมของข้าไปทิ้งไว้ที่ศาลาริมน้ำอีกฝั่ง แล้วหยดเลือดจากบาดแผลของท่านอ๋องลงไปสองสามหยด นำพวกมันไปทางนั้น!"
เสี่ยวชุ่ยแม้จะกลัว แต่ก็เชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด รีบรับเสื้อคลุมและทำตามทันที
จากนั้น ลี่อิงหลันก็ย่อตัวลง ค่อยๆ ประคองร่างสูงใหญ่ของเซียวจ้านให้ซ่อนตัวอยู่หลังโขดหินใหญ่และแมกไม้หนาทึบ นางหยิบตลับยาหอมและผงถ่านที่พกติดตัวออกมา ทาลงบนบาดแผลของเขาเพื่อดับกลิ่นเลือด ไม่ให้สุนัขล่าเนื้อหรือมือสังหารดมกลิ่นตามมาได้
"เหตุใดสตรีอย่างเจ้า... จึงรู้วิธีการรับมือกับมือสังหารและกลิ่นเลือดเช่นนี้?" เซียวจ้านเอ่ยถาม เสียงของเขาเริ่มเบาลงเพราะความเหนื่อยล้า แต่ดวงตายังคงจับจ้องใบหน้างดงามของนางอย่างไม่คลาดสายตา
ลี่อิงหลันยิ้มบางๆ แววตาแฝงความขมขื่นในอดีต "เพราะข้าเคยผ่าน 'ความตาย' มาแล้วครั้งหนึ่งอย่างไรเล่าเจ้าคะ"
ไม่กี่อึดใจต่อมา กลุ่มมือสังหารในชุดดำก็วิ่งมาถึงบริเวณนั้น พวกมันเห็นรอยเลือดและเสื้อผ้าสีแดงที่ตกอยู่ฝั่งตรงข้าม จึงรีบมุ่งหน้าตามไปทางศาลาริมน้ำทันทีตามแผนของลี่อิงหลัน
เมื่อสถานการณ์ปลอดภัย ลี่อิงหลันจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ นางหันกลับมามองเซียวจ้านที่กำลังจ้องมองนางด้วยสายตานึกสนใจและสงสัยอย่างลึกซึ้ง
"ท่านอ๋อง ปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะ" ลี่อิงหลันเอ่ยพร้อมกับย่อกายทำความเคารพอย่างสง่างาม "องครักษ์ของท่านคงกำลังตามมาในไม่ช้า ข้าคงต้องขอตัวก่อน"
"เดี๋ยวก่อน..." เซียวจ้านคว้าข้อมือเล็กของนางไว้ สัมผัสผิวนุ่มนิ่มทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้ไร้หัวใจกระตุกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "เจ้าชื่ออะไร?"
ลี่อิงหลันหันกลับมาส่งยิ้มอันทรงเสน่ห์ทว่าแฝงความอันตรายให้เขา
"ข้านามว่า ลี่อิงหลัน เจ้าค่ะ... หากวันหน้าท่านอ๋องอยากตอบแทนบุญคุณรอดชีวิตในวันนี้ โปรดจำนามนี้ไว้ก็พอ"
นางค่อยๆ ดึงมือออกจากการจับกุมของเขาอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้เซียวอ๋องมองตามแผ่นหลังในชุดสีสดใสนั้นด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความสนใจอย่างที่ไม่เคยมีสตรีคนใดทำได้มาก่อน!
